แบล็คแจ็ค คืออะไร วิธีการเล่นเป็นแบบไหน มาลองอ่านดูกัน

Spread the love

                   แบล็คแจ็ค คือเกมเดิมพันไพ่ ที่ได้รับนิยมมากที่สุดในคาสิโนแถบยุโรป รวมไปถึงถูกนำมาเป็นเกมไพ่สำหรับเล่นเพื่อความสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมบนเครื่องบินหรือแอพพลิเคชั่นมือถือ เหตุผลที่แบล็คแจ็คกลายเป็นเกมที่เหล่าเซียนพนันชื่นชอบนั้นมาจากรูปแบบการเล่นที่ไม่ตายตัว โดยเราสามารถรู้จักใช้ไหวพริบต่างๆ เพื่อลดโอกาสเสียหรือขาดทุน และเพิ่มโอกาสในการชนะรางวัลได้ ไม่ว่าจะเป็นการแยกไพ่ เก็บไพ่ การยอมแพ้ หรือการเรียก สำหรับนักพนันออนไลน์มืออาชีพส่วนมากมักนิยมการเล่นแบล็คแจ็ค เพราะว่าโอกาสได้เสียหรือผลลัพธ์ของการเดิมพัน สามารถควบคุมได้ อยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง เป็นเกมเดิมพันที่ใช้ดวงน้อย และเน้นการใช้กึ๋นและไหวพริบเป็นหลัก

วิธีการนับแต้มในเกมแบล็คแจ็ค
ตารางวิธีนับแต้มไพ่สำหรับเกมแบล็คแจ็ค
ตัวเลขต่างๆ เช่น 2 , 3 , 4 ไปจนถึง 10 นับแต้มตามตัวเลข ตัวอักษรภาษาอังกฤษ J , Q , K นับเป็น 10 แต้ม A นับเป็น 11 แต้ม หรือจะนับเป็น 1 แต้มก็ได้ แล้วแต่สถานการณ์ โดยเราสามารถเลือกได้เอง เช่นเมื่อได้ไพ่ K กับ A เราจะให้ A เท่ากับ 11 แต้ม เพื่อรวมกับ K จะได้ครบ 21 แต้มพอดี หรือได้ไพ่ 9 กับ 5 กับ 4 และ A เราจะให้ A แทน 1 แต้ม เมื่อรวมกันจะได้ 20 แต้ม

                 การเดิมพันไพ่แบล็คแจ็ค และอัตราการจ่ายเงิน
อัตราการจ่ายเงิน และการชนะเดิมพันแบบต่างๆในเกมแบล็คแจ็ค
การอยู่ และจั่วไพ่ (Stand & Hit)
การอยู่และการเรียกไพ่เป็นพื้นฐานของการเล่นแบล็คแจ็ค โดยในกรณีที่เราแต้มไม่ถึงหรือเกิน 21 แต้มนั้น เราจะมีสิทธิ์เรียกไพ่ได้เรื่อยๆ (เมนูในคาสิโนออนไลน์ของเราคือ “จั่ว” และหยุดเรียกเมื่อพอใจ เรียกว่า “อยู่” หรือ Stand นั่นเอง)

21 แต้ม หรือการได้ Blackjack
เมื่อไพ่ 2 ใบแรกของเรารวมกันได้ 21 แต้ม จะเรียกว่า แบล็คแจ็ค และได้เงินรางวัล 1.5 เท่า เช่นเมื่อวางเงินเดิมพัน 100 บาท จะได้เงิน 150 บาท ไม่รวมทุน คล้ายๆกับการเล่นป๊อกเด้ง คือการชนะการเดิมพันในรอบนั้นๆทันที

การแทง 2 เท่า – Double Down
เราสามารถวางเดิมพันเพิ่มได้อีก 1 เท่า จากตัวอย่างข้างบน เช่น เมื่อเราขอแยกไพ่แล้ว มือที่ 1 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 เราสามารถเพิ่มเดิมพันเป็น 200 บาท ได้ แต่ว่ามีสิทธิเรียกไพ่ได้อีกแค่ใบเดียวเท่านั้น หากว่าเราแต้มมากกว่าเจ้ามือจะได้อัตราจ่าย 1 ต่อ 1

การแยกไพ่ – Split
เมื่อเราได้ไพ่ 2 ใบเหมือนกัน เราสามารถแยกไพ่ได้หมายความว่าเราจะวางเดิมพันเป็น 2 มือ เช่น เดิมพันที่ 100 ได้ เมื่อเราได้ไพ่ K กับ K เราสามารถแยกไพ่ได้ แต่ต้องวางเดิมพันเท่าเดิม จะกลายเป็น มือที่ 1 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 และ มือที่ 2 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 จากนั้นก็จะแจกไพ่ต่อตามปกติ แต่หากว่าเราได้ไพ่ 21 จะไม่นับเป็น แบล็คแจ็ค หากว่าเจ้ามือได้ 21 แต้ม จะถือว่าไม่เสมอ และเราจะแพ้เดิมพัน หากว่าเราแต้มมากกว่าเจ้ามือจะได้อัตราจ่าย 1 ต่อ 1

เดิมพันไพ่ประกัน – Insurance
เมื่อเจ้ามือเปิดไพ่ใบแรกของตัวเองเป็น A เราสามารถขอวางเงินประกันได้ โดยวางได้ครึ่งเดียวจากเงินเดิมพันที่วางไปแล้ว เช่นวางเดิมพัน 100 บาท ก็สามารถขอวางเงินประกันได้แค่ 50 บาท เท่านั้น เมื่อเจ้ามือเปิดไพ่ใบที่ 2 ได้ 10 ซึ่งเท่ากับ แบล็คแจ็ค เราจะชนะเดิมพัน และได้เงินรางวัลจากค่า 2 เท่า นั่นคือวางค่าเงินประกัน 50 บาท จะได้ 100 บาทไม่รวมทุน หากว่าเจ้ามือไม่ออก แบล็คแจ็ค เราจะเสียเงินประกัน และเกมดำเนินต่อ

ต้องขอขอบคุณข่าวสาร สาระดีๆ จากเว็ปพนันออนไลน์ ยอดนิยม 918kiss

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *